เกษียณอายุ 60 ต้องมีเงินเท่าไหร่? | Planndee
สารบัญ
- สรุปย่อสำหรับคนไม่มีเวลาอ่านทั้งหมด
- เงินเกษียณคืออะไร และทำไมต้องวางแผนตั้งแต่ตอนนี้
- วิธีคำนวณเงินเกษียณเบื้องต้นด้วย 4% Rule
- หลังเกษียณ ถอนเงินใช้ได้แบบไหนบ้าง
- แบบที่ 1 — ถอนเฉพาะผลตอบแทนตามสมมติฐาน
- แบบที่ 2 — Drawdown: ถอนใช้ถึงอายุที่กำหนด
- ตัวอย่างเปรียบเทียบ: มีเงินเกษียณ 2,500,000 บาท
- ตัวอย่างเปรียบเทียบ: มีเงินเกษียณ 4,500,000 บาท
- ต้องใช้เงินหลังเกษียณเดือนละเท่าไหร่
- ตัวอย่างที่ 1 — ไลฟ์สไตล์เรียบง่าย ประมาณ 11,000 บาทต่อเดือน
- ตัวอย่างที่ 2 — ไลฟ์สไตล์สบาย ประมาณ 23,000 บาทต่อเดือน
- เริ่มออมตอนไหน ต่างกันแค่ไหน
- เป้าหมาย 2,500,000 บาท
- เป้าหมาย 6,000,000 บาท
- แหล่งเงินเกษียณที่คนไทยอาจมี
- 1. ประกันสังคม
- 2. กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือ PVD
- 3. RMF
- 4. เงินออมและการลงทุนส่วนตัว
- ปัจจัยที่ทำให้ตัวเลขเกษียณเปลี่ยน
- 1. เงินเฟ้อ
- 2. อายุที่คาดว่าจะใช้เงินถึง
- 3. ผลตอบแทนหลังเกษียณ
- 4. ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ
- 5. รายได้หลังเกษียณอื่นๆ
- แล้วควรตั้งเป้าเงินเกษียณเท่าไหร่ดี
- Key Takeaway
เกษียณอาจฟังดูไกล แต่จริงๆ แล้วเริ่มจากคำถามง่ายๆ ข้อเดียว — ถ้าไม่มีเงินเดือนแล้ว เราอยากมีเงินใช้เดือนละเท่าไหร่
หลายคนไม่ได้ “ไม่อยากวางแผนเกษียณ” แค่ไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตรงไหน พอเปิดบทความแล้วเจอสูตรเต็มไปหมด ก็เลยปิดหน้าต่างแล้วบอกตัวเองว่า “ไว้คิดทีหลัง”
บทความนี้จะไม่เริ่มจากสูตรยากๆ แต่จะเริ่มจากตัวเลขที่จับต้องได้ แล้วค่อยๆ พาไปดูว่าเงินเกษียณควรมาจากไหน ถอนใช้ได้แบบไหน และต้องออมเดือนละเท่าไหร่ถึงจะเข้าใกล้เป้าหมาย
สิ่งสำคัญคือ แผนเกษียณไม่จำเป็นต้องเป๊ะตั้งแต่วันแรก ขอแค่เริ่มเห็นภาพก่อน แล้วค่อยปรับให้เหมาะกับชีวิตจริงก็พอ
สรุปย่อสำหรับคนไม่มีเวลาอ่านทั้งหมด
- การวางแผนเกษียณไม่จำเป็นต้องเริ่มจากคำว่า “ต้องมีเงินกี่ล้าน” แต่เริ่มจากคำถามง่ายๆ ว่า หลังเกษียณอยากมีเงินใช้เดือนละเท่าไหร่
- เงินเกษียณไม่ได้มีวิธีคิดแบบเดียว บางคนเลือกถอนเฉพาะผลตอบแทนเพื่อรักษาเงินต้น บางคนเลือกแบบ Drawdown คือค่อยๆ ถอนทั้งผลตอบแทนและเงินต้นให้พอใช้ถึงอายุที่กำหนด
- ตัวเลขเงินก้อนที่ต้องมีจะเปลี่ยนไปตามวิธีถอน อายุที่อยากให้เงินพอใช้ ค่าใช้จ่ายต่อเดือน และรายได้หลังเกษียณอื่นๆ
- หลายคนไม่ได้เริ่มจากศูนย์ เพราะอาจมีตัวช่วยอยู่แล้ว เช่น ประกันสังคม กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ RMF เงินลงทุน หรือเงินออมส่วนตัว
- บทความนี้จะพาเริ่มจากตัวเลขง่ายๆ แล้วค่อยๆ ดูว่าเป้าหมายเกษียณของคุณอาจอยู่ตรงไหน
- เป้าหมายไม่ได้มีไว้ให้กดดันตัวเอง แต่มีไว้ให้รู้ว่าเราควรเริ่มจากตรงไหน และค่อยๆ ปรับแผนให้เหมาะกับชีวิตจริง
เงินเกษียณคืออะไร และทำไมต้องวางแผนตั้งแต่ตอนนี้
เงินเกษียณไม่ใช่แค่ “เงินก้อนใหญ่ที่มีไว้ใช้ตอนแก่” แต่มันคือระบบที่ช่วยให้คุณใช้ชีวิตต่อได้ แม้ไม่มีรายได้จากงานประจำแล้ว
ลองคิดแบบง่ายๆ ถ้าคุณเกษียณตอนอายุ 60 และวางแผนให้เงินพอใช้ถึงอายุ 85 ปี นั่นแปลว่าคุณต้องเตรียมเงินสำหรับชีวิตอีกประมาณ 25 ปีโดยไม่มีเงินเดือนประจำ
ฟังดูเป็นตัวเลขใหญ่ แต่ถ้าแยกคิดเป็นขั้นตอน มันจะจัดการง่ายขึ้นมาก
สิ่งที่ทำให้การเริ่มเร็วสำคัญคือ “เวลา” เพราะเงินที่เริ่มออมเร็วมีเวลาทำงานนานกว่า ผ่านดอกเบี้ยทบต้นหรือผลตอบแทนทบต้น
คนที่เริ่มออมตั้งแต่อายุ 25 อาจต้องออมต่อเดือนน้อยกว่าคนที่เริ่มตอนอายุ 40 มาก แม้มีเป้าหมายเงินก้อนเท่ากัน
แต่ถ้าไม่ได้เริ่มตั้งแต่อายุ 25 ก็ไม่ได้แปลว่าสายเกินไป แค่แผนของแต่ละคนอาจต้องใช้วิธีต่างกัน เช่น ออมเพิ่มขึ้นทีละนิด ปรับเป้าหมายค่าใช้จ่าย หรือใช้แหล่งเงินเกษียณหลายทางมาช่วยกัน
วิธีคำนวณเงินเกษียณเบื้องต้นด้วย 4% Rule
วิธีคิดแบบเร็วที่สุดวิธีหนึ่งคือ 4% Rule
หลักการคือ ในปีแรกหลังเกษียณ คุณถอนเงินประมาณ 4% ของเงินก้อนออกมาใช้ แล้วใช้ตัวเลขนี้เป็นจุดตั้งต้นในการประเมินว่าเงินก้อนควรมีประมาณเท่าไหร่
เงินที่ควรมีตอนเกษียณโดยประมาณ = ค่าใช้จ่ายต่อปี ÷ 4%
ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณอยากมีเงินใช้หลังเกษียณเดือนละ 15,000 บาท
15,000 × 12 = 180,000 บาทต่อปี
ดังนั้นเงินก้อนที่ควรมีโดยประมาณคือ:
180,000 ÷ 0.04 = 4,500,000 บาท
แปลแบบง่ายๆ คือ ถ้าอยากใช้หลังเกษียณเดือนละ 15,000 บาท ตัวเลขตั้งต้นที่ควรมองไว้คือประมาณ 4.5 ล้านบาท
ตัวเลขนี้ไม่ได้มีไว้ทำให้กังวล แต่มีไว้ให้เห็นภาพว่าเป้าหมายไม่ได้ลอยอยู่ในอากาศ และเราสามารถค่อยๆ วางแผนเข้าหามันได้ทีละขั้น
แน่นอนว่าชีวิตจริงยังมีรายละเอียดอื่น เช่น เงินเฟ้อ สุขภาพ ผลตอบแทนหลังเกษียณ หรือรายได้หลังเกษียณอื่นๆ แต่เราไม่จำเป็นต้องคิดทุกอย่างให้สมบูรณ์ตั้งแต่วันแรก
เริ่มจากตัวเลขตั้งต้นก่อน แล้วค่อยปรับให้เหมาะกับชีวิตของตัวเองก็ได้
หลังเกษียณ ถอนเงินใช้ได้แบบไหนบ้าง
เมื่อมีเงินก้อนแล้ว วิธีถอนเงินมีหลายแบบ ขึ้นอยู่กับว่าคุณให้ความสำคัญกับอะไร
บางคนอยากรักษาเงินต้นไว้ให้มากที่สุด บางคนอยากมีเงินใช้ต่อเดือนมากขึ้น และบางคนอยากหาจุดสมดุลระหว่างสองอย่างนี้
ในบทความนี้จะเปรียบเทียบ 2 วิธีหลักแบบง่ายๆ
แบบที่ 1 — ถอนเฉพาะผลตอบแทนตามสมมติฐาน
วิธีนี้ตั้งต้นจากแนวคิดว่า ถ้าเงินก้อนหลังเกษียณยังสร้างผลตอบแทนได้ คุณอาจถอนเฉพาะผลตอบแทนออกมาใช้ และพยายามรักษาเงินต้นไว้ให้มากที่สุด
ตัวอย่างเช่น ถ้ามีเงิน 2,500,000 บาท และสมมติผลตอบแทนหลังเกษียณ 4% ต่อปี
2,500,000 × 4% = 100,000 บาทต่อปี
100,000 ÷ 12 = 8,333 บาทต่อเดือน
ข้อดีของวิธีนี้คือมีโอกาสเหลือเงินต้นไว้มากกว่า และเหมาะกับคนที่อยากมีเงินสำรองระยะยาว หรืออยากส่งต่อเงินบางส่วนให้ครอบครัว
ข้อจำกัดคือ เงินที่ถอนได้ต่อเดือนจะน้อยกว่าแบบ Drawdown เพราะเราพยายามรักษาเงินต้นไว้ให้มากที่สุด
ดังนั้นวิธีนี้เหมาะกับคนที่ให้ความสำคัญกับความสบายใจเรื่องเงินต้น มากกว่าการใช้เงินต่อเดือนให้สูงที่สุด
แบบที่ 2 — Drawdown: ถอนใช้ถึงอายุที่กำหนด
อีกวิธีคือ Drawdown หรือการวางแผนถอนทั้งผลตอบแทนและเงินต้นให้พอใช้ถึงอายุที่กำหนด
เช่น เกษียณอายุ 60 และวางแผนให้เงินก้อนนี้ดูแลชีวิตไปถึงอายุ 85 ปี
วิธีนี้ไม่ได้แปลว่า “ใช้เงินจนหมดแบบไม่คิดอะไร” แต่เป็นการให้เงินก้อนที่เราสะสมมาทำหน้าที่ของมันในช่วงชีวิตหลังเกษียณ
ตัวอย่างเช่น ถ้ามีเงิน 2,500,000 บาท สมมติผลตอบแทนหลังเกษียณ 4% ต่อปี และวางแผนถอนใช้ตั้งแต่อายุ 60 ถึง 85 ปี
เงินก้อนนี้อาจรองรับการถอนใช้ได้ประมาณ:
154,000 ÷ 12 = 12,800 บาทต่อเดือน
จะเห็นว่าเงินก้อนเดียวกัน ถ้าเลือกแบบถอนเฉพาะผลตอบแทน จะได้ประมาณ 8,333 บาทต่อเดือน แต่ถ้าวางแผนแบบ Drawdown ถึงอายุ 85 ปี จะได้ประมาณ 12,800 บาทต่อเดือน
หลายคนไม่ได้ต้องการเก็บเงินต้นไว้เต็มจำนวนตลอดไป แต่อยากให้เงินที่เก็บมาทั้งชีวิตช่วยดูแลชีวิตหลังเลิกทำงานอย่างเหมาะสม
ข้อดีของ Drawdown คือทำให้มีเงินใช้ต่อเดือนได้มากกว่าแบบถอนเฉพาะผลตอบแทน และทำให้เป้าหมายเกษียณดูใกล้ขึ้นสำหรับหลายคน
ข้อควรคิดคือ ควรกำหนดอายุที่อยากให้เงินพอใช้ และลองเช็กตัวเลขเป็นระยะ เช่น ปีละครั้ง หรือเมื่อชีวิตมีการเปลี่ยนแปลงใหญ่ๆ
ไม่จำเป็นต้องรู้คำตอบทั้งหมดตั้งแต่วันนี้ แค่เริ่มจากแผนตั้งต้น แล้วค่อยปรับไปตามชีวิตจริงก็ได้
ตัวอย่างเปรียบเทียบ: มีเงินเกษียณ 2,500,000 บาท
สมมติว่าเกษียณอายุ 60 ปี วางแผนใช้เงินถึงอายุ 85 ปี และผลตอบแทนหลังเกษียณ 4% ต่อปี
| วิธีถอน | ต่อปี | ต่อเดือน |
|---|
| ถอนเฉพาะผลตอบแทนตามสมมติฐาน | 100,000 บาท | ประมาณ 8,333 บาท |
| Drawdown ถึงอายุ 85 | ประมาณ 154,000 บาท | ประมาณ 12,800 บาท |
จะเห็นว่าเงินก้อน 2.5 ล้านบาท ถ้าถอนเฉพาะผลตอบแทน จะมีเงินใช้ประมาณ 8,333 บาทต่อเดือน
แต่ถ้าวางแผนแบบ Drawdown ถึงอายุ 85 ปี เงินก้อนเดียวกันอาจรองรับการใช้จ่ายได้ประมาณ 12,800 บาทต่อเดือน
ตัวเลขนี้ยังไม่รวมรายได้หลังเกษียณอื่นๆ เช่น บำนาญประกันสังคม เงินบำนาญ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ค่าเช่า หรือรายได้จากงานบางส่วน
ถ้ามีรายได้ส่วนอื่นมาช่วย เงินที่ต้องถอนจากเงินก้อนก็จะลดลง และแผนเกษียณจะยืดหยุ่นขึ้น
ดังนั้นเงิน 2.5 ล้านบาทอาจไม่ใช่คำตอบของทุกคน แต่เป็นตัวอย่างที่ช่วยให้เห็นว่า การวางแผนเกษียณไม่ได้เริ่มจากตัวเลขที่ไกลเกินเอื้อมเสมอไป
ตัวอย่างเปรียบเทียบ: มีเงินเกษียณ 4,500,000 บาท
สมมติเดียวกันคือเกษียณอายุ 60 ปี วางแผนใช้เงินถึงอายุ 85 ปี และผลตอบแทนหลังเกษียณ 4% ต่อปี
| วิธีถอน | ต่อปี | ต่อเดือน |
|---|
| ถอนเฉพาะผลตอบแทนตามสมมติฐาน | 180,000 บาท | ประมาณ 15,000 บาท |
| Drawdown ถึงอายุ 85 | ประมาณ 277,000 บาท | ประมาณ 23,100 บาท |
ถ้าใช้ 4% Rule แบบเร็วๆ เงิน 4.5 ล้านบาทจะให้ภาพประมาณ 15,000 บาทต่อเดือน
แต่ถ้าวางแผนแบบ Drawdown ถึงอายุ 85 ปี เงินก้อนเดียวกันอาจรองรับการใช้จ่ายได้ประมาณ 23,100 บาทต่อเดือน
สิ่งสำคัญคือไม่มีวิธีไหน “ดีที่สุดสำหรับทุกคน”
ถ้าคุณอยากรักษาเงินต้นไว้มากที่สุด วิธีถอนเฉพาะผลตอบแทนอาจเหมาะกว่า
ถ้าคุณอยากใช้เงินให้สัมพันธ์กับช่วงชีวิตจริง และยอมให้เงินก้อนค่อยๆ ลดลงตามแผน วิธี Drawdown อาจเหมาะกว่า
ทั้งสองวิธีไม่ใช่ถูกหรือผิด แต่เป็นคนละวิธีคิด คุณสามารถเริ่มจากวิธีหนึ่ง แล้วค่อยปรับเมื่อเห็นตัวเลขของตัวเองชัดขึ้นได้
ต้องใช้เงินหลังเกษียณเดือนละเท่าไหร่
ก่อนจะตอบว่าต้องมีเงินกี่ล้าน ต้องตอบให้ได้ก่อนว่า หลังเกษียณคุณอยากใช้เงินเดือนละเท่าไหร่
โดยทั่วไป ค่าใช้จ่ายหลังเกษียณอาจลดลงบางส่วน เช่น ค่าเดินทางไปทำงาน ค่าเสื้อผ้า หรือค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับงาน
แต่บางอย่างอาจเพิ่มขึ้น เช่น ค่าสุขภาพ ค่ายา ค่าดูแลบ้าน หรือค่าเดินทางไปพบแพทย์
ด้านล่างเป็นเพียงตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพ ไม่ใช่มาตรฐานตายตัว คุณสามารถปรับตัวเลขให้ใกล้กับชีวิตจริงของตัวเองได้
ตัวอย่างที่ 1 — ไลฟ์สไตล์เรียบง่าย ประมาณ 11,000 บาทต่อเดือน
| รายการ | ประมาณการต่อเดือน |
|---|
| ค่าอาหาร | 4,000 บาท |
| ค่าน้ำ ค่าไฟ และดูแลบ้าน | 2,000 บาท |
| ค่าเดินทาง | 800 บาท |
| ค่าสุขภาพและยา | 3,000 บาท |
| ค่าใช้จ่ายทั่วไป | 1,200 บาท |
| รวม | ประมาณ 11,000 บาท |
ถ้าใช้เดือนละ 11,000 บาท เท่ากับปีละ 132,000 บาท
เงินก้อนที่ควรมีโดยประมาณคือ:
| วิธีประเมิน | เงินก้อนที่ต้องมีโดยประมาณ |
|---|
| 4% Rule | ประมาณ 3,300,000 บาท |
| Drawdown ถึงอายุ 85 | ประมาณ 2,145,000 บาท |
ตัวเลขนี้ช่วยให้เห็นว่า ถ้าใช้ชีวิตเรียบง่าย และมีรายได้หลังเกษียณอื่นๆ ช่วยบางส่วน เป้าหมายเงินเกษียณอาจไม่ไกลเท่าที่คิด
ตัวอย่างที่ 2 — ไลฟ์สไตล์สบาย ประมาณ 23,000 บาทต่อเดือน
| รายการ | ประมาณการต่อเดือน |
|---|
| ค่าอาหาร | 8,000 บาท |
| ค่าน้ำ ค่าไฟ และดูแลบ้าน | 3,000 บาท |
| ค่าเดินทางและท่องเที่ยวใกล้ๆ | 1,500 บาท |
| ค่าสุขภาพและยา | 4,000 บาท |
| ค่าใช้จ่ายทั่วไป กิจกรรม และท่องเที่ยว | 6,500 บาท |
| รวม | ประมาณ 23,000 บาท |
ถ้าใช้เดือนละ 23,000 บาท เท่ากับปีละ 276,000 บาท
เงินก้อนที่ควรมีโดยประมาณคือ:
| วิธีประเมิน | เงินก้อนที่ต้องมีโดยประมาณ |
|---|
| 4% Rule | ประมาณ 6,900,000 บาท |
| Drawdown ถึงอายุ 85 | ประมาณ 4,484,000 บาท |
ตัวเลขนี้ไม่ได้มีไว้บอกว่าใครควรมีเงินเท่าไหร่ แต่มีไว้ให้เห็นว่า lifestyle มีผลกับเป้าหมายมาก
คนที่ใช้เดือนละ 11,000 บาท กับคนที่ใช้เดือนละ 23,000 บาท ย่อมต้องการเงินก้อนต่างกัน แม้จะเกษียณอายุ 60 เหมือนกันก็ตาม
เริ่มออมตอนไหน ต่างกันแค่ไหน
ตารางด้านล่างเป็นตัวอย่างว่า ถ้าต้องการมีเงินก้อนตอนอายุ 60 และสมมติผลตอบแทนก่อนเกษียณเฉลี่ย 5% ต่อปี จะต้องออมเดือนละประมาณเท่าไหร่
ตัวเลขนี้เป็นเพียงตัวอย่าง ยังไม่รวมภาษี ค่าธรรมเนียม ความผันผวนของผลตอบแทน หรือการเพิ่มเงินออมตามรายได้ที่มากขึ้นในอนาคต
เป้าหมาย 2,500,000 บาท
| เริ่มออมอายุ | ระยะเวลาออม | ต้องออมเดือนละประมาณ |
|---|
| 25 ปี | 35 ปี | 2,200 บาท |
| 30 ปี | 30 ปี | 3,000 บาท |
| 35 ปี | 25 ปี | 4,200 บาท |
| 40 ปี | 20 ปี | 6,100 บาท |
เป้าหมาย 6,000,000 บาท
| เริ่มออมอายุ | ระยะเวลาออม | ต้องออมเดือนละประมาณ |
|---|
| 25 ปี | 35 ปี | 5,300 บาท |
| 30 ปี | 30 ปี | 7,200 บาท |
| 35 ปี | 25 ปี | 10,100 บาท |
| 40 ปี | 20 ปี | 14,600 บาท |
สิ่งที่ตารางนี้อยากบอกไม่ใช่ว่า “ทุกคนต้องได้ผลตอบแทน 5%”
แต่อยากให้เห็นว่า ยิ่งเริ่มเร็ว ภาระต่อเดือนยิ่งเบาลงมาก
ถ้าเริ่มช้ากว่านี้ ก็ยังวางแผนได้ แค่แผนอาจต้องใช้หลายวิธีช่วยกัน เช่น ออมเพิ่มทีละขั้น ใช้ PVD หรือ RMF ให้เต็มประโยชน์ ปรับค่าใช้จ่ายหลังเกษียณ หรือวางแผนรายได้เสริมบางส่วนหลังเกษียณ
แหล่งเงินเกษียณที่คนไทยอาจมี
เงินเกษียณไม่จำเป็นต้องมาจากเงินออมส่วนตัวเพียงก้อนเดียว หลายคนมีแหล่งเงินอื่นที่ช่วยลดภาระได้
สิ่งที่ควรทำคือค่อยๆ เช็กทีละส่วนว่าเรามีอะไรอยู่แล้วบ้าง และแต่ละส่วนช่วยแผนเกษียณได้แค่ไหน
1. ประกันสังคม
สำหรับผู้ประกันตนที่เข้าเงื่อนไข อาจได้รับบำนาญชราภาพเป็นรายเดือนหลังเกษียณ
เงินบำนาญจะขึ้นกับค่าจ้างเฉลี่ย จำนวนเดือนที่ส่งสมทบ และเงื่อนไขของประกันสังคมในเวลานั้น
ดังนั้นแต่ละคนอาจได้ไม่เท่ากัน วิธีที่ดีที่สุดคือเช็กสิทธิและประมาณการจากข้อมูลประกันสังคมของตัวเองโดยตรง
แม้อาจไม่พอสำหรับค่าใช้จ่ายทั้งหมด แต่ประกันสังคมสามารถเป็นฐานรายได้หนึ่งที่ช่วยลดจำนวนเงินที่ต้องถอนจากเงินก้อนส่วนตัวได้
2. กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือ PVD
ถ้าบริษัทมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ทั้งพนักงานและนายจ้างจะสมทบเงินเข้ากองทุนทุกเดือน
เงินส่วนนี้อาจกลายเป็นเงินก้อนสำคัญตอนเกษียณ โดยเฉพาะถ้าคุณทำงานต่อเนื่องหลายปี และเลือกนโยบายลงทุนที่เหมาะกับระยะเวลาของตัวเอง
สำหรับหลายคน PVD คือเงินเกษียณที่สะสมอยู่แล้วโดยไม่รู้ตัว การเช็กยอดและเงื่อนไขของกองทุนจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีมาก
3. RMF
RMF หรือกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ เป็นเครื่องมือออมระยะยาวเพื่อเกษียณ และสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ตามเงื่อนไขที่กำหนด
เหมาะกับคนที่ต้องการออมเพื่อเกษียณไปพร้อมกับวางแผนภาษี
ก่อนซื้อควรเข้าใจเงื่อนไขให้ชัด เช่น สัดส่วนที่ลดหย่อนได้ เพดานรวมของกลุ่มเกษียณ ระยะเวลาถือครอง และความเสี่ยงของกองทุนที่เลือก
4. เงินออมและการลงทุนส่วนตัว
นี่คือส่วนที่คุณควบคุมเองได้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเงินฝาก กองทุนรวม หุ้น ตราสารหนี้ หรือสินทรัพย์อื่นๆ
สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่เลือกว่าจะลงทุนอะไร แต่คือการจัดให้เหมาะกับช่วงชีวิต
ตอนอายุยังน้อยอาจมีเวลารับความผันผวนได้มากกว่า เพราะมีเวลาให้พอร์ตเติบโตและปรับตัว
เมื่อใกล้เกษียณ อาจค่อยๆ ให้ความสำคัญกับความมั่นคงและเงินสดสำหรับใช้จริงมากขึ้น
ไม่จำเป็นต้องตัดสินใจทั้งหมดในครั้งเดียว แค่เริ่มรู้ว่าเงินของเราอยู่ที่ไหน และแต่ละส่วนมีบทบาทอะไรในแผนเกษียณ ก็ถือว่าเริ่มต้นได้ดีแล้ว
ปัจจัยที่ทำให้ตัวเลขเกษียณเปลี่ยน
ตัวเลขในบทความนี้เป็นเพียงตัวอย่าง เพราะแผนเกษียณจริงเปลี่ยนได้จากหลายปัจจัย
แต่ไม่ต้องมองปัจจัยเหล่านี้เป็นเรื่องน่ากลัว ให้มองว่าเป็น “ตัวปรับ” ที่ช่วยให้แผนของเราใกล้ชีวิตจริงมากขึ้น
1. เงินเฟ้อ
เงินเฟ้อทำให้เงินจำนวนเท่าเดิมซื้อของได้น้อยลงในอนาคต
ถ้าวันนี้ใช้เดือนละ 15,000 บาท อีก 20–30 ปีข้างหน้า ค่าใช้จ่ายจริงอาจเปลี่ยนไป
เวลาใช้ Retirement Calculator จึงควรลองเผื่อเงินเฟ้อ หรือปรับค่าใช้จ่ายในอนาคตให้เหมาะกับช่วงเวลาที่เหลือก่อนเกษียณ
ไม่ต้องคำนวณให้เป๊ะตั้งแต่แรก แค่ลองดูหลายกรณี เช่น กรณีปกติ กรณีเผื่อเพิ่ม และกรณีอยากใช้ชีวิตสบายขึ้น ก็ช่วยให้เห็นภาพดีขึ้นมาก
2. อายุที่คาดว่าจะใช้เงินถึง
ถ้าวางแผนใช้เงินถึงอายุ 85 ปี ตัวเลขหนึ่ง
ถ้าวางแผนถึงอายุ 90 หรือ 95 ปี ตัวเลขก็จะเปลี่ยนไป
วิธีคิดที่ดีคือเริ่มจากอายุที่เราคิดว่าเหมาะสมก่อน เช่น 85 ปี แล้วค่อยลองปรับเพิ่มเพื่อดูว่าแผนเปลี่ยนแค่ไหน
การลองหลายกรณีไม่ได้แปลว่าแผนแรกผิด แต่ช่วยให้เราเข้าใจทางเลือกของตัวเองมากขึ้น
3. ผลตอบแทนหลังเกษียณ
ผลตอบแทนหลังเกษียณมีผลต่อเงินที่ถอนได้
ถ้าผลตอบแทนสูงขึ้น แผนอาจยืดหยุ่นขึ้น ถ้าผลตอบแทนต่ำลง ก็อาจต้องปรับบางอย่าง เช่น ถอนน้อยลงเล็กน้อย เพิ่มรายได้เสริม หรือมีเงินสำรองมากขึ้น
สำหรับคนเริ่มต้น ไม่จำเป็นต้องเลือกตัวเลขที่ซับซ้อนมาก อาจเริ่มจากสมมติฐานกลางๆ ก่อน แล้วค่อยปรับเมื่อเข้าใจแผนของตัวเองมากขึ้น
4. ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ
ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพเป็นสิ่งที่ควรเผื่อไว้ในแผนเกษียณ
ไม่ใช่เพราะต้องกลัว แต่เพราะการเผื่อไว้ทำให้แผนสบายใจกว่า
บางคนอาจใช้เงินสำรอง บางคนอาจมีประกันสุขภาพ บางคนอาจใช้สิทธิรักษาพยาบาลที่มีอยู่ สิ่งสำคัญคือรู้ว่าเรามีตัวช่วยอะไรบ้าง
5. รายได้หลังเกษียณอื่นๆ
หลายคนไม่ได้พึ่งเงินก้อนเพียงอย่างเดียว แต่อาจมีรายได้จากหลายทาง เช่น
- บำนาญประกันสังคม
- เงินบำนาญจากงาน
- กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
- ค่าเช่า
- เงินปันผล
- งานบางส่วนหลังเกษียณ
- ธุรกิจขนาดเล็ก
รายได้เหล่านี้ช่วยลดจำนวนเงินที่ต้องถอนจากเงินก้อน และทำให้แผนเกษียณยืดหยุ่นขึ้น
บางครั้งการมีรายได้เพิ่มหลังเกษียณเดือนละไม่กี่พันบาท ก็ช่วยให้เป้าหมายเงินก้อนดูเป็นไปได้มากขึ้นมาก
แล้วควรตั้งเป้าเงินเกษียณเท่าไหร่ดี
ไม่มีตัวเลขเดียวที่เหมาะกับทุกคน แต่ถ้าต้องการเริ่มจากภาพง่ายๆ อาจมองเป็น 3 ระดับได้
| เป้าหมายเงินก้อน | เหมาะกับภาพชีวิตแบบไหน |
|---|
| ประมาณ 2.5–3.5 ล้านบาท | ใช้ชีวิตเรียบง่าย มีรายได้หลังเกษียณอื่นช่วย และควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดี |
| ประมาณ 4.5–5.0 ล้านบาท | ต้องการเงินใช้ราว 15,000 บาทต่อเดือนเป็นจุดตั้งต้น |
| ประมาณ 6.0–7.0 ล้านบาทขึ้นไป | ต้องการใช้ชีวิตสบายขึ้น หรืออยากมี buffer สำหรับสุขภาพ เงินเฟ้อ และเหตุฉุกเฉิน |
ตัวเลขเหล่านี้ไม่ใช่คำตอบสุดท้าย แต่เป็นกรอบให้เริ่มคิด
ถ้าวันนี้ยังรู้สึกว่าเป้าหมายไกลเกินไป ไม่ได้แปลว่าคุณวางแผนไม่ได้
อาจเริ่มจากการตอบคำถามง่ายๆ ก่อน เช่น
- ตอนนี้อายุเท่าไหร่
- มีเงินออมเพื่อเกษียณแล้วเท่าไหร่
- อยากเกษียณตอนอายุเท่าไหร่
- อยากมีเงินใช้หลังเกษียณเดือนละประมาณเท่าไหร่
- มีประกันสังคม PVD RMF หรือเงินลงทุนอื่นอยู่แล้วหรือไม่
แค่ตอบคำถามเหล่านี้ได้ แผนเกษียณก็เริ่มชัดขึ้นกว่าคนส่วนใหญ่แล้ว
Key Takeaway
- เงินเกษียณที่ต้องการขึ้นอยู่กับ lifestyle ไม่มีตัวเลขสำเร็จรูปสำหรับทุกคน
- 4% Rule ใช้เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เพื่อให้เห็นภาพเงินก้อนแบบง่ายๆ
- วิธีถอนเงินมีผลมาก ถ้าถอนเฉพาะผลตอบแทนจะรักษาเงินต้นได้มากกว่า แต่ได้เงินใช้ต่อเดือนน้อยกว่า
- ถ้าวางแผนแบบ Drawdown จะมีเงินใช้ต่อเดือนได้มากขึ้น และเหมาะกับคนที่อยากให้เงินก้อนค่อยๆ ดูแลชีวิตหลังเกษียณตามช่วงเวลาที่ตั้งไว้
- ยิ่งเริ่มเร็ว ภาระการออมต่อเดือนยิ่งน้อยลง
- ประกันสังคม PVD RMF และเงินลงทุนส่วนตัว อาจช่วยลดช่องว่างที่ต้องออมเองได้
- แผนเกษียณไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์ตั้งแต่วันแรก แค่เริ่มจากตัวเลขของตัวเองก่อน แล้วค่อยปรับไปเรื่อยๆ
ลองใช้ Retirement Calculator ของ Planndee เพื่อคำนวณว่า ถ้าคุณอยากเกษียณตามแผน ต้องมีเงินก้อนเท่าไหร่ และต้องออมเพิ่มเดือนละประมาณเท่าไหร่